2005/Feb/15

ก็เราทำกะบ๊อกเหมือนไดนี่เนอะ ^^;

วันนี้ไปสัมภาษณ์งานมา ต้องย้ายห้องตั้ง 3 ครั้งแน่ะ

อาจเพราะกำลังหวัดกิน+เมื่อคืนตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ พอสัมภาษณ์เสร็จ เราถึงรู้ตัวว่าทำแฟ้มใส่เอกสารสมัครงานหาย O__o!!?

ไม่มีความทรงจำว่าหายไปตอนไหน (แต่ที่ บ.นี้ล่ะ) คนที่สัมภาษณ์เค้าก็อยู่กะเราด้วยตอนเราถามพี่ที่มาสัมภาษณ์ด้วยกันว่าจำได้มั้ยว่าเห็นแฟ้มเราครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ (บังเอิญเป็นรุ่นพี่ที่กลุ่ม ตอน ป.ตรี)

อับอายขายขี้หน้า สงสัยจะอดงานซะแล้ว (ตอนสัมภาษณ์เค้าให้บอกจุดอ่อน เรานั่งคิดตั้งนานแล้วบอกว่า บางทีเราก็เผลอทำตัวเหมือนเด็กๆ) เออ เห็นมะพี่ เห็นกันจะๆทันใดเลย

บ.นี้มี 3 ชั้น เดินหาทั้ง 3 ชั้นก็ไม่เจอ

หมดกัน ชุดซีรอค บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ผลสอบ GMAT (ตัวจริงไม่รู้ไว้ไหนแล้ว)

ขออย่าให้ตกอยู่ในมือของคนไม่ดี - / \ -


พอกลับออฟฟิต โทรหาเพื่อนที่อยู่ บ.นี้ บอกมันถ้าเค้าเจอช่วยเก็บให้ด้วย มันก็หัวเราะแหะๆ แล้วบอกว่า ที่นี่ของหายบ่อย อย่าคิดมาก (มี 3 ชั้น ห้องประชุมเยอะ คนใช้ห้องประชุมบ่อย)

แหะๆ

เหอๆ

ขายหน้าชิบเป๋งเลย T__T

2005/Feb/07

เรื่องของเรื่องต้องท้าวความไปถึงเรื่องนี้ http://www.exteen.com/comment.asp?user=bowbow&entryid=19292 ท้าวความนิดว่าตอนวัดตัว ช่างถามว่าจะเอายาวแค่ไหน เลือกได้ จะเก็บเอวเสื้อสูทให้เข้ารูปก็ได้ เลยบอกไปว่างั้นเอาเข้ารูปนิดนึงแล้วก็ขอสูทสั้น เพราะไม่ชอบสูทแบบผู้ชาย(ที่เป็นแบบมาให้ดูตอนแรก)

วันนี้ทางร้านเอาชุดมาให้ลองแล้ว เห็นว่าฟิตไป ติดกระดุมแล้วติดพุง เลยเดินไปจะให้ช่างแก้ ก็มีพวกแผนกอื่น(ที่ไม่เคยเกี่ยวข้องกัน) มาช่วยออกความเห็น (แต่จริงๆเดิมทีเป็นคนละหน่วยงานกัน)

พอเค้าเห็นเราปุ๊ปก็

"น้อง!! ทำไมสูทมันสั้นแบบนั้น"

"อ้าว ก็ตอนตัดเห็นว่าสั้นยาวไม่บังคับนี่คะ"
"แต่เราต้องการสูทแบบผู้ชายนะคะ สั้นแบบนี้จะเรียกว่าสูทผู้ชายได้มั้ย"

ไม่สบอารมณ์ แต่ก็เอาวะ ขี้เกียจมีปัญหา เลยบอกช่างว่า นอกจากขยายลำตัวแล้ว ให้ลองเพิ่มความยาวสูทดูเท่าที่ทำได้ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร (ตูไม่ตัดใหม่เฟ้ย เปลือง)

ไม่รู้ว่ายัยคนนี้ได้ยินป่าว เพราะระหว่างที่รอพี่คนอื่นๆแก้สูท ยัยพี่คนนี้ก็เรียกเราไว้


"น้องๆ ... จริงๆแล้วน้องชอบแบบสั้นรึยาว พี่ไม่อยากให้น้องเปลี่ยนเพราะพี่บอกนะ ถ้าชอบสั้นก็ไม่เป็นไร"
ด้วยความไม่อยากมีปัญหา ใส่แค่เวลาจำเป็นด้วย ชุดทำงานจะเอาไรมากวะ
"ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าต้องยาว ก็เอายาว"
"ไม่ได้นะน้อง เลือกแบบที่ชอบ เอางี้ ตอนที่ลองใส่น่ะ ดูแล้วชอบมั้ย"
"อืม...ตอนที่ลองก็ไม่ได้ส่องกระจกดูน่ะค่ะ คิดแค่ว่าใส่สบายมั้ย"
"งั้นถามเพื่อนๆน้องดูสิ ว่าที่น้องใส่อยู่สั้นไปรึเปล่า"
ทุกคนเงียบ ... เราเลยบอกไปว่า
"ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ได้ใส่เอาสวยอยู่แล้ว ก็เพิ่มความยาวไปแล้วกัน"

เท่านี้ล่ะ เจ๊คนนี้เดือดดาล คว้าของทุกอย่างของตัวเอง แล้วสบถดังๆว่า "ชั้นไม่อยู่แล้ว ไปดีกว่า หนอย พูดจาไม่รู้เรื่อง ตอบไม่ตรงคำถาม"
แล้วแกก็กระแทกเท้าเดินออกจากห้องลองเสื้อไป

แถมพอมีคนเปรยกะเราว่าพี่คนนั้นโกรธน่าดู เราก็แค่หัวเราะแล้วบอกว่า "ไม่รู้จักควบคุมอารมณ์"

ไม่สนหรอก เพราะเค้าไม่เกี่ยวกะบริษัทเราเลย (อาจจะมีไปเล่าให้บ้านนั้นฟังกันมั้ง) ... แต่ทำไมช่วงนี้มีเรื่องบ่อยจังหว่า

2005/Feb/06

การไปลอนดอนของเราคราวนี้ เป้าหมายหลักคือการทำงาน ... มีอุปสรรคมากมาย อย่างที่ได้โพสต์ใน exteen เรียกว่าทำเอาเสียกำลังใจไปเยอะเลย แต่พอได้ไป ก็ตั้งใจว่าจะทำงานให้เต็มที่ ส่วนเวลาว่าง ก็จะเที่ยวให้สนุก

เท่าที่ไปเที่ยว บางที่เค้าก็ให้ถ่ายรูป บางที่ก็ไม่ให้ (เช่น Westminster Abbey ว่าจะไปตามรอย Davinci Code ซักหน่อย -3- ) ก็เลยมีรูปบ้างไม่มีรูปบ้าง แถมส่วนใหญ่ออกมาไม่ค่อยถูกใจ เลยมีรูปไม่มากนักที่เอามาให้ดู ขอเล่าเฉพาะส่วนที่มีรูปประกอบ/หรือส่วนที่ประทับใจละกัน


วันแรกที่ไปถึง ก็ไปเดินริมแม่น้ำเทมส์ ชม Aquariumเค้า แล้วก็ถ่ายรูปกะ Big Ben เนื่องจากอยู่ในแอเรียเดียวกัน วิวสวยใช้ได้เลย เสียดายที่ Eye of London (http://www.deviantart.com/deviation/14855583/) ซึ่งเป็น observation wheel ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นสถานที่เที่ยวที่ดังสุดๆในลอนดอนนั้น ... มันปิดซ่อมแซมประจำปี T-T มันปิดตลอดช่วง 10 กว่าวันที่เราอยู่นั่นเลยล่ะ เสียดายๆ ส่วน Aquariumนั้น ค่อนข้างผิดหวัง เค้ามีปลาแปลกๆอยู่พอดู แต่ไม่มีความอลังการ์แบบออสเตรเลียอ่ะ ก็เป็นตู้ปลาเท่านั้นเอง

วันที่สอง ไป Westminster Abbey ไม่ใหญ่โตเท่าที่คิดไว้ แต่รูปปั้นในนั้น อลังการ์จริงๆ มุมที่เป็นสุสานนิวตัน ไม่เหมือนที่จินตนาการตอนอ่าน Davinci Code คือมันเป็นเหมือนรูปปั้นที่ตั้งไว้หน้าประตูทางเข้าโบสถ์มากกว่าที่จะตั้งโดดเดี่ยว+เด่นในทางเดิน อาจเป็นเพราะที่นี่มีสุสานอยู่เยอะจนเบียดก็ได้ หินที่พื้นแทบทุกก้อน สลักว่าใต้แผ่นหินเป็นร่างของคน (หรือศพน่ะแหละ)

ตอนสายไปดู Changing of Guard ที่ พระราชวังบัคกิงแฮม ความประทับใจเหรอ ... ม้าที่เค้าขี่ หายใจออกมาเป็นไอ XD มีหมาด้วยอ่ะ น้องหมาใส่ชุดทหาร น่าร้าก~~~

แล้วตอนบ่ายก็ไป Trafalgar square เป็น square ที่ทำเพื่อเป็นที่ระลึกให้แก่นายพลเนลสัน ผู้ชายที่สู้กับนโปเลียนและ(ว่ากันว่า)เอาชนะนโปเลียนได้ เสียดายว่าเค้าก็ตายในศึกนี้เอง ที่นี่ตั้งอยู่หน้า National Gallery (เข้าไปดูมาแย้ว) แต่สิ่งที่โด่งดังของที่นี่ไม่แพ้นายพลเนลสันก็คือ *พิราบ* เหมือนสนามหลวงล่ะ ที่นี่มีพิราบเยอะมาก ทั้งๆที่คนลอนดอนก็ไม่ค่อยอยากให้อยู่ เพราะกลัวจะทำลายโบราณสถานและแพร่เชื้อ แต่ไม่ว่าจะไล่ยังไง ไม่นานมันก็รู้ทันและมารวมตัวกันอีก

พิราบน่ารัก แล้วก็เหมือนพิราบไทยเราเป๊ะเลย เพียงแต่ ....

อ้วนกว่า!!!! (พิราบจากที่อื่น เอามาโคลสอัพให้ดู เห็นป่าวๆ อ้วนๆๆ)

อันนี้เป็นของวันถัดๆมา ที่เล่าว่าไปเอ๋อกินในงาน Exhibition สังเกตุว่าเราใส่ overcoat เพราะคิดว่าใส่ไว้จะดูซำเหมาน้อยลง (อุ้ย ติดสำเนียงอาจารย์ป้า) ใส่ไปซับเหงื่อไป ซิกๆ

แต่น แต๊น~~~ ขอนำเสนอ สถานที่ที่ประทับใจที่สุดในทริปนี้ Kensington Garden เป็นสวนที่ถึงต้นไม้จะโกร๋นก็ยังสวย นก กระรอก หงส์ ในนี้เชื่องมากๆๆๆ XD ชอบที่สุดเลย เดินได้เพลินดี

ไม่เห็นหน้าใช่มั้ยๆ คิดว่าไม่เห็นเลยโพสต์นะ

เชื่องจริงๆ ^__^

วันหลังๆ ที่มีโอกาสได้เที่ยวอีก (จุ๊ๆ จริงๆช่วงหลังเราต้องทำงาน แต่พอดีมีติดเสาร์ อาทิตย์) ก็บึ่งไป Kews Botanical Garden สถานที่ๆเรียกว่าเป็นมรดกโลก ที่ๆรวบรวมเอาพืชพันธ์ต่างๆทั่วโลกมา ก่อนจะไปก็ลังเลอยู่ ว่าจะได้เห็นอะไรในหน้าหนาว แต่มีคนบอกว่ามี Snow Drop บาน คนไม่เคยเห็นก็จินตนาการว่าจะเจอทุ่งดอกสโนว์ดรอป คงจะยิ่งใหญ่งดงาม ...ปรากฎว่าเจอเป็นหย่อมๆ ต้นเล็กๆสูงไม่เกิน10เซนต์ ดอกน่าจะเล็กกว่าข้อนิ้ว1ข้อของคน TT แงๆ นู๋โดนต้ม

Snow Drop ฮับ

ที่นี่ก็มีหงส์ เป็น ห่านเชื่องๆอีก อ้อ มีนางนวลด้วย เห็นแล้วน่าจะพกอาหารนกไปมั่ง -3-

มี Glass House ที่ปรับอากาศให้เหมือนดินแดนเขตร้อน (นี่เป็นเขตปาล์ม แต่บางจุดยังก๊ะอยู่เมืองไทย)

ระวังห่าน(??)งับ อุ้ยๆหมวกน่าเกลียด (ฝนตกปรอยๆ กัวเป็นหวัดง่า ต้องใส่ๆ)

นอกจากนี้ก็มีไป British Museum แต่เดินได้ไม่นาน เพราะมันใกล้ปิดแล้ว ไปปล่อยไก่ด้วยการถามหามัมมี่ตุตันคาเมนกะหน้ากากทองคำของฟาโรห์กับยามที่นั่น ก็มัมมี่อื่นมันไม่อลังการ์นิ -3- เค้าบอกว่าจะดูตุตันคาเมน ให้ไปไคโร ... ไอ้เราก็เข้าใจมาตลอดว่าอยู่ที่นี่ ก็ลอร์ดคานาเวน (ชื่อถูกมั้ยนี่) คนค้นพบเป็นคนอังกฤษนิ ที่นี่ถ่ายรูปออกมาไม่สวย คงเพราะเจอตู้กระจก สะท้อนโม้ด T-T

ที่สุดท้ายที่ไป คือ Tower of London ที่นี่บรรยากาศน่ากลัวเหมือนที่จินตนาการไว้ เวลายืนรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในเกม RPG ได้รู้ตำนานมาว่าจุดที่ยืนๆ เคยมีคนถูกขัง ถูกฆ่า ถ่ายรูปไปก็กลัวๆ (หรือคาดหวังดี) ว่าจะเจอชัตเตอร์!! ... แต่ไม่มีอ่ะ มองหาในแต่ละรูปยังไง๊ยังไงก็ไม่มี

นี่ไม่ใช่ชัตเตอร์ คาดว่าคนถ่ายมือสั่น

ในนี้มีแสดง Crown Jewel ของกษัตริย์ ราชินี ต่างๆ อยู่ในห้องนิรภัยอย่างดี ก่อนเข้าโดนค้นอาวุธและห้ามถ่ายรูป แต่เรายังสงสัยถึงตอนนี้ ว่าของจริง จริงๆน่ะเหรอ ถึงจะป้องกันอย่างดี แต่ถ้าพลาดขึ้นมา มงกุฎหาย จะทำยังไง!! เพชญที่แปะๆ ว่ากันว่าเป็นเพชรที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี่นา

ใน White Tower จัดแสดงชุดเกราะโบราณ ตัวที่สะดุดตาที่สุดคือตัวนี้

อาจจะเห็นไม่ชัดเพราะถ่ายผ่านกระจก แต่มันคือตัวเดียวที่มีท่อนเหล็กป้องกันไอ้นั่น -__-; ทุเรศมากกว่าเท่แฮะ เกราะนี้เป็นของพระเจ้าเฮนรี่ที่8 กษัตริย์ที่ดังสุดๆด้านความโหด แกมีราชีนี 6 องค์ แล้วรู้มั้ย ว่าทำไมแกมีได้ตั้ง 6 องค์ ... แกไม่พอใจก็ตั้งข้อหาว่ามีชู้ แล้วสั่งเอามาขังในหอคอยลอนดอนนี่ แล้วก็สั่งประหาร ผีที่ว่าดุๆในหอคอยลอนดอน ก็เมียๆแกทั้งนั้นล่ะ อ้อ ความโหดของแก สืบต่อทางสายเลือดล่ะมั้ง เพราะลูกของแกที่เราๆรู้จักกัน คือ พระนางแมรี่แห่งสก๊อต หรือที่รู้จักกันในนาม Bloody Mary และพระนางเจ้าอลิซาเบทที่1ไง

นอกจากนี้ มีการไปทัวร์ชอปปิ้ง และทัวร์อาหาร แต่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้จ้า ยังไม่มีกล้องดิจิตอล ;__; แต่โดยรวม เอียนอ่ะ หนมปัง เบอร์เกอร์คิง แมคโดนอล คิดถึงอาหารไทยมากๆ กินอาหารไทย อาหารจีนที่นั่น ก็รสชาติจืดมากๆเลย ไม่เหมือนกินที่เมืองไทย แถมน้ำเปล่า ขวดละ ปอนด์กว่าๆ (มากกว่า 70 บาท) กินไปเสียดายตังค์ไป